RSS
email
0

Bitdefender Total Security Thai Edition



คงไม่ต้องบอกว่าทุกวันนี้ อันตรายของภัยคุกคามจากอินเทอร์เน็ตนั้นรุนแรงขนาดไหน แม้จะไม่ได้ถึงขั้น ทำลายข้อมูลทางด้านคอมพิวเตอร์อย่างที่เป็นมา แต่ข้อมูลที่เป็นความลับส่วนตัวต่างๆ นั้นอาจะถูกล่วงละเมิดได้โดยง่ายมากกว่าเดิม ทำให้เราจำเป็นต้องป้องกันตัวเองให้รอดจากภัยการคุกคามทางอินเทอร์เน็ตด้วยตัวเอง

ซอฟต์แวร์ป้องกันภัยคุกคาม ทุกวันนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การป้องกันภ่ยจากไวรัสเพียงอย่างเดียวเ พราะไม่ได้มีเพียงไวรัสเท่านั้นที่เป็นภัยคุกคาม หากแต่ยังประกอบด้วยสแปม เวิร์ม และAdware ต่างๆ มากมาย เราจึงจำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ที่สามารถป้องกันภัยได้อย่างครบถ้วน ซึ่ง Bitdefender ได้พัฒนาโซลูชันสำหรับการป้องกันภัยอย่าง Total Security 2008 ขึ้นมา สำหรับการป้องกันทุกอย่างแบบครบวงจร และเพื่อความเข้าใจในการใช้งานมากขึ้น Bitdefender ได้พัฒนาเวอร์ชันภาษาไทย สำหรับเพิ่มความเข้าใจการป้องกันภัยให้กับลูกค้ามากขึ้น แม้ว่าจะมีซอฟต์แวร์ป้องกันภัยคุกคามต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ที่ฉลาดและสามารถเรียนรู้การป้องกันภัยด้วยตนเอง แต่สำหรับผู้ใช้โดยทั่วๆ ไป แล้ว เป็นการยากที่จะใช้งาน เพราะเมื่อมีเหตุการร์เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่ซอฟต์แวร์เหล่านั้น จะมีการแจ้งเตือนเพื่อส่งข้อมูลมาหาผู้ใช้ และสิ่งที่ตามมาก็คือความไม่เข้าใจ เนื่องจากข้อความที่ส่งมานอกจากเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ยังเป็นศัพท์ทางด้านเทคนิคส่วนมาก จึงทำให้เกิดการป้องกันได้อย่างไม่รัดกุมพอ เนื่องจากผู้ใช้ไม่เข้าใจถึงรายละเอียดที่โปรแกรมแจ้งเตือนขึ้นมา ทำให้อาจจะเป็นหนทางที่ภัยคุกคามสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ส่วนตัวได้ เพราะภัยคุกคามวันนี้ ขอเพียงแค่ต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับอินเทอร์เน็ต ก็พร้อมจะถูกรุกรานโดยไวรัสได้ในพริบตา



Bitdefender Total Security 2008 เป็นโปรแกรมป้องกันไวรัส ตัวแรกที่พัฒนาในรูปแบบของภาษาไทย ที่ทั้งชุดคำสั่งและข้อความต่างๆ ถูกแปลเป็นภาษาไทยทั้งหมด เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานสำหรับผู้ใช้ ซึ่งในเวอร์ชันภาษาไทยนี้ นอกจาก Total Security 2008 แล้วยังมี Internet Security 2008 อีกเวอร์ชันหนึ่งที่ถูกพัฒนาภาษาไทยเช่นกัน โดยทั้งสองเวอร์ชันมีความหลายคลึงกัน แตกต่างกันที่ Total Security 2008 มีฟังก์ชันการทำงานมากกว่า 3 ฟังชันคือ Data Backup, PC Tune up และ Trace Clean Up เท่านั้นเอง ส่วนการทำงานอื่นๆ นั้นเหมือนๆ กัน ซึ่งครั้งนี้ที่เรากล่าวถึง Total Security ก็จะครอบคลุมถึงเวอร์ชันอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

ความสามารถโดยทั่วๆไป ของ Total Security 2008 นั้นประกอบด้วยการทำงานต่างๆ เช่น การป้องกันไวรัส ป้องกันสแปม ป้องกันสปายแวร์ ป้องกัน rootkit ป้องกัน Phishing ทั้งจากเว็บและเมล์ นอจากนี้ยังมีไฟร์วอลล์ในตัว ซึ่งช่วยให้คอมพิวเตอร์มีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าการใช้งานไฟร์วอลล์ที่ติดตั้งมาพร้อมกับวินโดวส์ รวมถึงฟังก์ชัน Parental Control และ Time Limit Internet เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเกินกว่าเวลาที่กำหนด

ทั้งเวอร์ชันของ Total Security และ Internet Security ต่างก็มีความสามารถเพิ่มเติมมากกว่า ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสทั่วๆ ไป คือการเสริมส่วนของ Gamer Mode ขึ้นมา ซึ่งช่วยลดภาระการทำงานของซีพียูลงขณะทำงาน ไม่ให้การเล่นเกมนั้นเกิดการสะดุดหรือติดขัดให้เสียอารมณ์ และเพิ่มการป้องกันในส่วนของการใช้ Wi-Fi หากว่ามีคนที่ไม่ได้อนุญาตให้ใช้งานเข้ามาในระบบเครือข่ายผ่านทางไวร์เลสได้

สำหรับส่วนที่เพิ่มติมของ Total Security ก็คือ Data Backup, PC Tune Up และ Trace Clean Up นั้น ใช้สำหรับการเบ็กอัพข้อมูลจากเครื่องลงแผ่นดีวีดี ซึ่งสามารถเลือกการแบ็กอัพได้ โดยไม่ต้องใช้งานซอฟต์แวร์เพิ่มเติมจากที่อื่น ส่วนPC Tune up หรือการปรับปรุงประสิทธิภาพนั้น คือการ Defrag drive เพื่อจัดเรียงข้อมูลให้สามารถเรียกใช้ไดอย่างรวดเร็ว ส่วน Trace Clean up เป็นการลบข้อมูลที่ถูกลบไปแล้วเ พื่อป้องกันไม่ให้สามารถกู้กลับคืนมาได้

การใช้งาน Bitdefender Total Security 2008 เริ่มต้นก็จัดว่าใช้งานได้ไม่ยาก เพราะหลังจากที่ติดตั้ง โปรแกรมก็จะตรวจสอบการทำงานทุกอย่าง พร้อมกับเรียกใช้วิซาร์ด เพื่อกำหนดการทำงานทีละขั้นตอนให้ครบถ้วน ซึ่งหากว่าขั้นตอนไหนไม่สมบูรณ์ก็จะถูกแจ้งเตือน ขึ้นมาให้เห็นทันที โดยสามารถเข้าไปแก้ไขหรือปรับปรุงในส่วนที่ขาดตกบกพร่อง หรือว่าเสริมแต่งการทำงานได้อย่างสะดวก

และเมื่อติดตั้งไปเรียบร้อยแล้ว ไอคอนของ Bitdefender ก็จะถูกติดตั้งไว้ในทาร์กบาร์โดยอัตโนมัติ และเรียกขึ้นมาทำงานทุกๆ ครั้งขณะที่มีการบูตเครื่อง ซึ่งเมื่อถูกเรียกใช้งานจะมีหน้าต่างเล็กๆ ที่คอยรายงานสภาวะของการเรียกใช้ไฟล์ และอินเทอร์เน็ตขึ้นมา เพื่อบอกถึงการทำงานของเครื่องและอินเทอร์เน็ตในขณะนั้น

0

แนะนำ"แอนตี้ไวรัส"ฟรี สำหรับ Win7

เชื่อว่า คงจะมีผู้ใช้หลายๆ ท่านที่ตั้งใจจะเลือก Windows 7 กับโน้ตบุ๊ก หรือคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ที่กำลังจะถอยในงาน COMMART COMTECH THAILAND 2009 อย่างแน่นอน ซึ่งรวมถึงผู้ที่ต้องการอัพเกรดไปใช้โอเอสตัวนี้กับคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่แล้วด้วย อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่อยากจะแนะนำคุณผู้อ่านทุกท่านก็คือ ท่านได้เตรียมพร้อมสำหรับความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ทีมากับโอเอสตัวใหม่แล้ว หรือยัง? โดยเฉพาะการติดตั้งซอฟต์"แอนตี้ไวรัส" ซึ่งคงจะดีเป็นอย่างยิ่ง หากมีของฟรี!!! ให้ลองใช้ในขณะที่ปกป้องภัยอันตรายบนเน็ตได้เป็นอย่างดี
สำหรับซอฟต์แวร์ แอนตี้ไวรัส (anti-virus) ที่เข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการ Windows 7 อีกทั้งยังมีความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามต่างๆ ที่อยู่บนเน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องขอบอกว่า มีให้เลือกใช้อยู่หลายตัวเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ในบทความนี้ จะขอแนะนำเฉพาะซอฟต์แอนตี้ไวรัสที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ที่สำคัญ พวกมันสามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งใช้งานได้ฟรีอย่างมั่นใจอีกด้วย ส่วนจะมีตัวไหนบ้างนั้น เราไปติดตามกันได้เลยครับ

Microsoft Security Essentials (MSE v1.0)

หากไม่แนะนำแอนตี้ไวรัสตัวนี้กับคุณผู้อ่านก็คงเป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน เพราะมันเป็นของไมโครซอฟท์ (Microsoft) เอง ซึ่งล่าสุดได้ออกแอนตี้ไวรัสแจกฟรีให้กับผู้ใช้ พร้อมด้วยระบบการอัพเดตอัตโนมัติ เพื่อทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณปลอดภัยตลอดเวลา จุดเด่นของมันก็คือ โปรแกรมมีขนาดเล็ก เบา และสามารถป้องกันมัลแวร์ (ไวรัส สปายแวร์ต่างๆ) ที่จะบุกเข้ามาทำร้ายพีซีของคุณได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ มันยังทำงานอยู่ด้านหลัง (background process) อย่างเงียบๆ แต่มีประสิทธิภาพ โดยไม่มีการขัดจังหวะผู้ใช้ หรือต้องเข้าไปวุ่นวายอะไรกับมันมากมายเลย





Avira AntiVir Personal (Free Version)Avira AntiVir Personal

แอนตี้ไวรัส "ร่มแดง" ที่หลายคนคุ้นเคย เป็นซอฟต์แวร์แจกฟรีอีกหนึ่งตัวที่ได้รับความชื่นชมจากผู้ใช้ และเว็บไซต์ต่างๆ ที่รีวิวถึงความสามารถของมัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็วในการสแกน และประสิทธิภาพในการจับไวรัส และสปายแวร์ โดยเฉพาะการใช้ทรัพยากรระบบ"น้อย"รวมถึงการปกป้องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ด้วยเทคโนโลยี AntiVir Guard โดยระบบจะมีการอัพเดตฐานข้อมูลให้กับแอนตี้ไวรัสและแอนตี้สปายแวร์ระหว่างการติดตั้งด้วย ซึ่งทำให้ระบบมีความพร้อมต่อกรจากภัยคุกคามทันทีที่ติดตั้งเสร็จ สำหรับ Avira AntiVir Personal verison 9 นอกจากจะสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีแล้ว มันยังเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่าง Windows 7 ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

0

Firefox ใช้ซีพียูมากไปทำให้โน้ตบุ๊กร้อน



ไฟร์ฟอกซ์ (Firefox) บราวเซอร์ที่กำลังมาแรง ตกเป็นผู้ต้องหาที่ทำให้คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเน็ตบุ๊ก และโน้ตบุ๊กเกิดอาการร้อนเกิน (overheat) เนื่องจากการใช้พลังประมวลผลของซีพียูที่มากเกินไป (บ่อยครั้งขึ้นถึง 100%) นอกจากนี้ยังส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยรวมลดลงอีกด้วย


ใคร ที่กำลังสงสัยว่า ไฟร์ฟอกซ์มีการใช้พลังประมวลผลของซีพียูมากกว่าบราวเซอร์ตัวอื่น หรือเปล่า? โดยเฉพาะเวลาที่ดู Process ใน Task Manager ที่มันวิ่งชนเพดาน 100% ให้เห็นอยู่บ่อยๆ คุณไม่ใช่คนเดียวหรอกครับที่ได้รับรู้รับทราบในเรื่องนี้ ข้อมูลจากหน้าซัพพอร์ตในเว็บของโมซิลล่า (Mozilla) ภายใต้หัวข้อ "Firefox consumes a lot of CPU resources" ระบุว่า การทำงานของไฟร์ฟอกซ์ในบางครั้งอาจต้องมีการใช้ทรัพยากรจากซีพียูเป็นจำนวน มาก เพื่อดาวน์โหลด ตลอดจนกระบวนการทำงานต่างๆ เพื่อแสดงหน้าเว็บให้เสร็จสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเพิ่มการใช้ซีพียูสามารถทำให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้นได้โดยตรง โดยเฉพาะในเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และเดสก์ทอปขนาดเล็ก
การ ใช้พลังประมวลผลของซีพียูมากเกินไปไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบให้อุณหภูมิของ ระบบเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่มันยังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานด้วย ซึ่งปกติซ๊พียูจะถูกเรียกใช้งานจากทุกๆ กระบวนการทำงาน หรือโพรเซส (Process) ที่เกิดขึ้นบนคอมพิวเตอร์ รวมถึงโพรเซสที่มีการทำงานอยู่ด้านหลัง (background process) ที่ถูกสั่งให้ทำงานโดยระบบปฏิบัติการด้วย ดังนั้น เมื่อรวมการใช้พลังงานประมวลผลจากซีพียูของโอเอสกับแอพพลิเคชันต่างๆ ที่กำลังทำงานในขณะนั้น อย่างเช่น เว็บบราวเซอร์ ไอเอ็ม ซอฟต์แวร์วอยส์หรือวิดีโอแชต ซีพียูก็จะถูกใช้งานหนักขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับสมรรถนะการทำงานของคอมพิวเตอร์ ทำให้โพรเซสต่างๆ ที่มีการเรียกใช้งานตามมาทำงานได้ช้าลงกว่าเดิม
หน้าเว็บซัพพอร์ตของไฟร์ฟอกซ์พยายาม ให้เหตุผลต่างๆ มากมายถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเพิ่มการใช้ซีพียูจากไฟร์ฟอกซ์ เช่น การใช้ซีพียูเพิ่มขึ้นอาจจะเกิดกับบางเว็บไซต์ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเรียกใช้ปลั๊กอินบนหน้าเว็บนั้นๆ ก็ได้ อย่างเช่น Flash, Java หรือ Adobe Reader อย่างไรก็ตาม หากการใช้ซีพียูมากเกินปกติเกิดขึ้นในหลายๆ เว็บไซต์ที่เข้าไปเยี่ยมชม หรือทุกเว็บไซต์ หน้าเว็บซัพพอร์ตระบุว่า มันเป็นไปได้ที่จะเกิดจากการตั้งค่าการทำงานบางอย่างของคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ส่วนเสริมการทำงาน (Extensions) ของโปรแกรมก็เป็นตัวที่ใช้ซีพียู และหน่วยความจำ (memory) ของบราวเซอร์ด้วยเหมือนกัน ซึ่งการตั้งค่ากำหนดการทำงานของส่วนต่างๆ อย่างเช่น การเร่งความเร็วของฮาร์ดแวร์ของพอยน์เตอร์ของเมาส์ การตั้งค่า Windows Compatibility และอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถเป็นสาเหตุที่ทำให้การใช้ซีพียูเพิ่มขึ้นได้ อธิบายมากมายจนถึงตรงนี้ คุณผู้อ่านคิดว่า Firefox เป็นตัวการสำคัญที่ใช้ซีพียูมากไปจนทำให้เครื่องร้อนจริงๆ หรือเปล่า? ใครทีมีประสบการณ์ร่วมกันแสดงความคิดเห็นกันได้เต็มที่เลยนะครับ

0

ซานต้าให้ไวรัสเป็นของขวัญผู้ใช้เฟซบุ๊ก?

สงสัยว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก (facebook) จะเป็นเด็กดื้อกัน ลุงซานต้าเลยให้ของขวัญเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์ซะเลย โดยล่าสุด Panda Security บริษัทผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยเปิดเผยว่า ผู้ไม่หวังดีได้เข้าโจมตีผู้ใช้บริการเฟซบุ๊กอีกครั้ง

ทางบริษัทอ้างว่า ไวรัสที่พบในเฟซบุ๊กตัวนี้จะแพร่กระจายตัวเองผ่านโปรแกรมเล่นวิดีโอใน wall โดยยูสเซอร์ของผู้โพสต์จะใช้เป็น ***SantA*** พร้อมทั้งหลอกว่ามันเป็นการ์ดอวยพรเนื่องในวันคริสต์มาส เมื่อผู้ใช้ทีได้ รับคลิกบนโปรแกรมเล่นวิดีโอปลอม (ในรูปข้างล่างนี้) คอมพิวเตอร์ของเขาก็จะติดหนอน Koobface.GK เข้าไปในเครื่องทันที!!!





และ หลังจากที่คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ติดไวรัสเข้าไปแล้ว พวกมันก็จะแสดงตัวพร้อมกับ captcha ให้ผู้ใช้พิมพ์ แล้วจะรีบู๊ตเครื่องภายใน 3 นาที แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากสามนาทีผ่านไปแล้วก็ตาม ทุกครั้งที่ผู้ใช้พิมพ์ข้อความใน captcha เจ้าหนอน Koobface.GK ก็จะแพร่กระจายตัวเองออกไป ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ในช่วงเทศกาลวันหยุด ผู้ใช้อาจะได้รับการ์ดอวยพรดิจิตอลจากที่ต่างๆ มากมาย ซึ่งก็เป็นโอกาสเหมาะที่เหล่าผู้ไม่หวังดีจะใช้ในการโจมตี ดังนั้นหากไม่แน่ใจในชื่อผู้ส่งก็อย่าเปิดมันขึ้นมาดู และควรอัพเดตโปรแกรมแอนตี้ไวรัสในเครื่องอย่างสม่ำเสมอ

1

โน้ตบุ๊ก 3D "มัลติทัช" Win 7

รายงานข่าววันนี้ เอเซอร์ (Acer) ประกาศเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ออกมา 2 รุ่นด้วยกัน โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 7 ซึ่งได้แก่ Aspire 5738PG จะเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกที่มาพร้อมกับการแสดงผล 3D บนหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว และ Aspire Timeline AS1810TZ หน้าจอขนาด 11.6 นิ้วที่ให้สัมผัสบางเบาน่าใช้เหมือนเดิม

Aspire 5738PG เป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกของโลกที่สามารถแสดงผล 3D สำหรับการเล่นเกมส์ หรือชมภาพยนต์ โดยมาพร้อมกับแว่นตาพิเศษที่ใช้งานร่วมกัน นอกจากนี้มันทำงานด้วยระบบหน้าจอสัมผัสอีกต่างหาก รองรับการทำงานแบบ"มัลติทัช" ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้สองนิ้วในการควบคุมการทำงานของอินเตอร์เฟซบนหน้าจอได้ เรียกได้ว่า สอดรับกับความสามารถของ Windows 7 ได้อย่างลงตัวทั้งสเป็ก และคุณสมบัติการทำงาน


Acer Aspire AS5738PG-6306 โน้ตบุ๊กหน้า"จอมัลติทัช"

จอมัลติทัช HD CineCrystal LED ขนาด 15.6 นิ้ว (16:9, 1366x768)
Windows 7 Home Premium 64-bit
Intel Core 2 Duo Processor T6600 (2.2GHz, 2MB L2 Cache, 800MHz FSB)
การ์ดกราฟิกเป็น ATI Radeon HD 4570 หน่วยความจำ 512MB
หน่วยความจำ DDR2 667MHz ขนาด 4GB (Dual Channel Memory)
ฮาร์ดดิสก์ SATA 320GB
8X DVD-Super Multi Double-Layer Drive
แป้นพิมพ์หมายเลขโดยเฉพาะ (ไม่ผสมอยู่กับคีย์อื่นๆ)
ลำโพงสเตอริโอเสียงรอบทิศด้วย Dolby 10
HDMI 1 พอร์ต และ USB 2.0 4 พอร์ต
น้ำหนักเครื่อง 6.16 ปอนด์ (ประมาณ 2.8 กิโลกรัม)
$799.99 (ประมาณ 29,000 บาท)


ส่วน Aspire Timeline AS1810TZ ขนาดหน้าจอ 11 นิ้ว ทำให้มันดูเหมือนเน็ตบุ๊ก แต่ความจริงมันเป็นโน้ตบุ๊กทีมีขนาดเล็กกว่า เพราะแทนที่จะใช้ซีพียูเป็น Intel Atom รุ่นนี้จะมาพร้อมกับ Dual-Core Intel SU7300 ซึ่งยังคงคอนเซปต์บางเฉียบ และมีน้ำหนักเบาเหมือนเดิม เพียงแต่ออกมาในขนาดเล็กแบบ"เน็ตบุ๊ก"เท่านั้น โน้ตบุ๊กทั้งสองรุ่นนี้มีกำหนดการวางตลาดตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม ซึ่งก็คือ วันที่ระบบปฏิบัติการ Windows 7 เปิดตัวนั่นเอง สำหรับรายละเอียดมีดังนี้


Acer Aspire Timeline AS1810T-8679

















Intel Core 2 Duo Processor SU7300 (1.3GHz, 3MB L2 cache, 800MHz FSB)
Windows 7 Home Premium 64-bit
จอแอลอีดี HD Widescreen (16:9, 1366x768)
ชิปเซ็ต Mobile Intel GS45
หน่วยความจำ DDR2 4GB (Dual-Channel 667MHz)
ฮาร์ดดิสก์ SATA 320GB (5400RPM)
Intel WiFi Link 1000 802.11b/g/Draft-N WiFi
Bluetooth 2.1+EDR
HDMI 1 พอร์ต, USB 2.0 3 พอร์ต
ทัชแพดสนับสนุน Multi-Gesture
น้ำหนัก 3.08 ปอนด์ (1.4 กิโลกรัม)
$599.99 (ประมาณ 22,000 บาท)